สาวมากับผญบ. โดนถาม”ไปด้วยคิดเท่าไหร่” ลงท้าย เลยตีกันเละ!

648

วัยรุ่นเมาคึก ร้านปิดแล้วยังนั่งดื่มต่อ ปากเปราะ แซวเพื่อนสาว ผู้ใหญ่บ้านที่มหาชัย ถาม “ถ้าไปด้วยคิดเท่าไหร่” เลยเกิดเรื่องตีกันเละ ฝ่ายหนึ่งคว้าขวดฟาดหัว โดนยิงสวน บาดเจ็บรวม 4

เวลา 02.30 น.วันที่ 23 เม.ย. ร.ต.อ.รุ่งเรือง เฮงฮู้ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืน มีผู้ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่แขนและขาได้รับบาดเจ็บ ภายในตลาดนัดยามเย็น ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ต.สุขม เพาะไธสง สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร และตำรวจสืบสวน

ที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านเหล้าและสถานบันเทิงขนาดเล็ก แต่ได้ปิดให้บริการหมดแล้วตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนตรงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหน้าร้านมหาชิลลล สภาพโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด มีขวดแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น และมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ที่พื้น 6 ปลอก ยังมีกองเลือดด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วิทยาการจากกองพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาเก็บรวบรวมลายนิ้วมือและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ 1.นายชโลธร แพรกอุดม อายุ 35 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ถูกขวดแก้วตีที่ศีรษะจนสลบ มีบาดแผลเย็บที่ศีรษะด้านขวา 2 เข็ม 2.นางสาวสร อายุ 30 ปี อยู่ซอยวัดกลางอ่างแก้ว ม.6 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ถูกขวดแก้วปาดแขนด้านซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์เย็บ 12 เข็ม 3.นายเอ นามสมมติ (อายุ 18 ปี ) ถูกกระสุนที่ต้นแขนซ้าย 4.นายบี อายุ 18 ปี ถูกกระสุนปืนที่ต้นขาซ้าย โดยทั้งสองคนเป็นคู่กรณีกับกลุ่มนายชโลธร ซึ่งผู้บาดเจ็บ 2 คนหลัง ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนคนยิง หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาสอบปากคำ ทราบชื่อ นายรณชัย หรือโย ตุ้มนิลการ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/2 ม.5 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พร้อมกับอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก

สอบสวนนายพินิจ พวงเงิน อายุ 27 ปี บอกว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุนั้น ทางร้านเหล้า และสถานบันเทิงต่างๆ ได้ปิดให้บริการ ปิดไฟ ปิดเพลงไปหมดแล้วในเวลาเที่ยงคืน ตามกฎหมายกำหนด แต่กลุ่มของผู้ใหญ่บ้านที่มาด้วยกัน 5 คน ยังคงนั่งดื่มและพูดคุยกันต่อที่โต๊ะกลางหน้าร้าน เพราะเครื่องดื่มยังไม่หมด ซึ่งด้านคนดูแลร้านต่างๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะต่างกำลังเก็บร้าน กระทั่งได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น แล้วได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาหลายนัด พอออกมาดู เห็นผู้ใหญ่โล นายชโลธร แพรกอุดม นอนสลบอยู่กับพื้นใต้โต๊ะ เลือดไหลอาบศีรษะเพราะถูกตีหัว ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องด้วยต่างวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง แล้วก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ซึ่งไม่รู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาตะลุมบอนกับกลุ่มผู้ใหญ่โลนั้น มาจากไหน เพราะก่อนหน้านั้น เห็นมีเพียงกลุ่มผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่เพียงแค่โต๊ะเดียว

ส่วนทางด้านของนายรณชัย หรือโย ตุ้มนิลการ คนยิง ให้การว่า ตนเองเดินเข้ามา เห็นกลุ่มวัยรุ่นรุมตีนายโลซึ่งตนนับถือเป็นพี่ชาย โดยที่ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่พอเห็นพี่ชายถูกทำร้ายจนสลบ และตัวเองก็ถูกตีด้วย เลยไปคว้าปืนจากตัวพี่ชาย เอาออกมายิงขู่พวกกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนที่เข้ามารุมทำร้าย ทำให้วงจะแตกกระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง

ขณะที่นายชโลธร ผู้ใหญ่บ้านม.4 ต.ท่าจีน เผยว่า ตนเองกับเพื่อนๆ รวม 5 คน ไปนั่งดื่มกินตรงที่เกิดเหตุ พอเลยเวลาเที่ยงคืนซึ่งร้านต่างปิดให้บริการแล้ว ด้วยเครื่องดื่มที่มีอยู่ยังไม่หมด ตนและเพื่อนๆ จึงนั่งกินกันต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนั้น มีวัยรุ่นคนหนึ่งนั่งคุยอยู่กับน้องผู้หญิงอีกคนที่โต๊ะข้างๆ กัน แล้วพอน้องผู้หญิงลุกออกไป ประกอบกับเป็นช่วงที่ตนลุกไปเข้าห้องน้ำ วัยรุ่นชายคนนั้นก็หันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะของตนว่า “ถ้าจะพาไปด้วยคิดเท่าไหร่” ซึ่งพอตนเดินกลับมาเพื่อนในโต๊ะเล่าให้ฟัง ตนจึงลุกขึ้นแล้วบอกว่า คุณพูดแบบนี้ไม่ถูก ให้คุณกลับไป จะได้ไม่มีเรื่องกัน ซึ่งชายวัยรุ่นก็ลุกเดินออกไปแต่พอสักพักประมาณ 10 นาที ก็เดินกลับเข้ามาอีกแล้วบอกว่ากลับมาเอาของ ตนเองจึงไม่สนใจอะไรก็หันกลับมานั่งกินต่อ แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกของแข็งตีเข้าที่ศีรษะแจนสลบไป มารู้สึกตัวตอนที่อยู่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีคนเล่าว่า หลังจากที่ตนเองถูกตีก็มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามารุมทำร้ายพวกตนและจะรุมยำตนซ้ำด้วย ทั้งๆ ที่นอนสลบอยู่ ทางนายโยซึ่งเป็นน้องที่มาด้วยกันจึงคว้าเอาอาวุธปืนของตนออกมายิงเพื่อป้องกันตัวและป้องกันเพื่อนๆ 

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำ และนำตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยได้มีการตั้งข้อกล่าวหาแก่นายรณชัย หรือโย ตุ้มนิลการ ไว้ก่อนว่า พยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ยิงปืนในที่สาธารณะ โดยมีมูลเหตุเนื่องจากทะเลาะวิวาทเลยใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันตัว

©สนับสนุนข่าว