หนุ่มใหญ่ เสียชีวิตปริศนาขณะกำลังจอดรถลงไปกินก๋วยเตี๋ยว ริม ถ.พุทธสาคร

3427

ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุชายเสียชีวิตปริศนาภายในรถยนต์ บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ริมถนนพุทธสาคร ภรรยาเผยผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว เพิ่งกลับจากเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ร.ต.อ.ไพวัล ศรีภะนา รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุชายเสียชีวิตภายในรถยนต์ บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ริมถนนพุทธสาคร หมู่ที่ 11 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุภายในรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ตม 7886 กรุงเทพมหานคร พบผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ตรงฝั่งที่นั่งคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมปอง กลัดใส อายุ 54 ปี ทำงานเป็นคนขับรถส่งสินค้าพลาสติกให้กับโรงงานแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สภาพศพไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด มีเพียงคราบน้ำลายที่ไหลลงมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเท่านั้น

จากการสอบถาม นายคารมย์ วรรณแสน อายุ 37 ปี เพื่อนร่วมงานที่เดินทางไปส่งสินค้ามาด้วยกัน บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนและผู้เสียชีวิตได้นำที่ตักขยะไปส่งให้กับลูกค้าย่านถนนเพชรเกษม ขณะที่กำลังขับรถกลับนั้น ผู้เสียชีวิตบ่นว่าหิว อยากกินก๋วยเตี๋ยว เพราะไม่ได้กินข้าวเช้ามา กินเพียงแค่กาแฟถ้วยเดียวเท่านั้น เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้จอดรถ แล้วชวนตนลงไปกินด้วย แต่ตนบอกว่าไม่หิว ให้พี่ลงไปกินเลย ช่วงจังหวะที่ผู้ตายกำลังจะเปิดประตูรถลงไปนั่นเอง จู่ๆ ก็เกิดอาการเหมือนคนชักเกร็ง มีน้ำลายฟูมปาก แล้วก็ขาดใจตายทันที ทั้งนี้ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ แต่เท่าที่เคยทำงานมาด้วยกัน ก็ไม่เห็นความผิดปกติของร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งผู้ตายนั้นเคยทำงานที่โรงงานนี้มาแล้ว และได้หยุดกลับไปต่างจังหวัด และเพิ่งจะกลับมาเริ่มงานใหม่วันนี้เป็นวันแรก

ส่วนทางด้านของ นางสุวรรณา กลัดใส อายุ 42 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต บอกว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวอะไร โดยได้ลาหยุดงานกลับไปเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเวลา 2 วัน ครั้นพอกลับมาก็มาทำงานตามปกติเหมือนเดิม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิต ก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

สำนักข่าว : ไทยรัฐ