หนุ่มขายน้ำดื่มมือฆ่าสาวทอม ตร.แกะรอยพบหลักฐาน เร่งล่าตัวมารับโทษ

337

ตำรวจแกะรอยจากวงจรปิดรู้คนร้ายฆ่าทอมรุ่นใหญ่ เป็นหนุ่มเพื่อนบ้านเจ้าของธุรกิจน้ำดื่ม ที่เป็นหนี้ผู้ตายจำนวนมาก เตรียมล่าตัวมาลงโทษ ขณะที่พ่อมือมีดวอนให้ลูกมอบตัว เชื่อคงเครียดจากปัญหาเงินทอง ไม่มีเงินจ่ายค่าแชร์ บ้านถูกจำนอง ประกอบกับผู้ตายทวงถามหนี้สินที่ยืมไปด้วย

กรณีเหตุฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 522 หมู่ที่ 6 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยคนร้ายได้ก่อเหตุใช้ของมีคมฆ่า น.ส.รัฐคณิศร จารุภัทรกิตติโชติ อายุ 56 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด เรติ กรุ๊ป ที่รับทำเกี่ยวกับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (ของทรูมูฟ) เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก และยังทำร้ายนายรุจิภาส โชติธรรม อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพบมีร่องรอยการต่อสู้ และการรื้อค้นเอาทรัพย์สินไปหลายรายการ โดยเฉพาะสร้อยทองที่ผู้ตายใส่ติดตัว 2 บาท ถูกคนร้ายเอาไปด้วยนั้น

ล่าสุด (10 พ.ย.) พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สส.ภ.จว.นครสวรรค์ พร้อมทีมสืบสวนทั้งจาก ภ.จว.นครสวรรค์ และชุดสืบสวน สภ.ย่อยหนองเบน ได้ร่วมกันประชุมรายงานผลความคืบหน้าในคดี และการติดตามไล่ล่าจับตัวคนร้าย โดยขณะนี้ ทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้แล้ว เนื่องจากมีกล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านของผู้ตาย สามารถจับภาพของคนร้ายเอาไว้ได้ใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ จอดที่หน้าบ้านของผู้ตายแล้วเดินเข้าไป จากนั้นก็เดินกลับออกมาในเวลา 14.00 น. แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์คันเดิมหลบหนีไป

แนะนำ

อย่างไรก็ตาม ภาพที่บันทึกอยู่ในกล้องวงจรปิดดังกล่าว ยังสามารถบ่งชี้ถึงตัวคนร้ายได้ เนื่องจากก่อนเข้าไปก่อเหตุ คนร้ายไม่ได้มีการปิดบังอำพรางใบหน้าแต่อย่างใด จึงทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชโนชัย วงแสน เจ้าของธุรกิจน้ำดื่ม ซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากบ้านที่ก่อเหตุไปประมาณ 100 เมตร และหลังก่อเหตุฆาตกรรม ได้มีการเปลี่ยนชุดเสื้อผ้า และสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าออกมาจากบ้านอย่างมีพิรุธก่อนจะรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งหลังจากรู้ตัวคนร้าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุทันที แต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา

ด้านนางขนิษฐา ศีลธรรม ซึ่งเป็นแฟนผู้ตาย เผยว่า ผู้ตายเป็นทอม ส่วนคนเจ็บเป็นลูกของตน โดยแต่เดิมทั้งตนและแฟน รวมถึงลูก มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่ได้ย้ายมาทำธุรกิจอยู่ที่นครสวรรค์ ได้ประมาณ เกือบ 30 ปีแล้ว และแต่เดิมตนกันแฟนมีบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่เยื้องฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนบ้านที่ถูกฆาตกรรมเป็นบ้านที่แฟนเพิ่งก่อสร้างให้กับลูกชายของตน

“เมื่อวานนี้ ตนได้เดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ และในระหว่างขากลับ ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า แฟนถูกคนร้ายเข้ามาฆ่าจนเสียชีวิต และลูกชายถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้ตนตกใจช็อกจนแทบทำอะไรไม่ถูก และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็พบกับภาพที่สยดสยอง เพราะภายในบ้านมีแต่กองเลือดเต็มไปหมด ส่วนแฟนก็ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และยังทำร้ายลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งสงสารลูกชายมาก”

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผู้ก่อเหตุ นางขนิษฐา ให้การว่า พอเห็นหน้าในกล้องวงจรปิดยิ่งตกใจเข้าไปอีก เพราะเขาเป็นคนในละแวกบ้านที่รู้จักกันดี แถมแฟนของตนก็เคยให้การช่วยเหลือในเรื่องเงินทองกับเขาอยู่บ่อยๆ ซึ่งไม่น่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ ตนโกรธมาก และเมื่อวานได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่า ตนขอตั้งเงินรางวัลในการนำจับ 1 แสนบาท ให้ลากคอคนร้ายรายนี้มาชดใช้กรรมให้ได้ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เท่าที่ตนทราบ คนร้ายเขามีหนี้นอกระบบ และน่าจะโดนกดดันอย่างหนัก จึงมาก่อเหตุ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่บ้านพักของนายชโนชัย หรือโน (ผู้ก่อเหตุ) โดยได้พบ นายอำนวย วงแสง (บิดาคนร้าย) อยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว จึงได้สอบถามทราบว่า นายชโนชัย ได้นำบุตรชายมาฝากไว้ให้ภรรยาเลี้ยง แล้วหลังจากนั้นก็หายตัวไปเลย จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านช่วงหัวค่ำ จึงรู้ว่าลูกชายคือผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆ่า น.ส.รัฐคณิศร เพื่อนข้างบ้าน จึงได้ให้ภรรยา หรือแม่ของนายชโนชัย โทรศัพท์ไปหา ได้รับคำตอบจากปลายสายอ้างของลูกชายว่า ได้เดินทางมาส่งของที่ จ.พิษณุโลก โดยเดินทางไปเมื่อช่วงบ่าย 3 แต่กลับไปบ้านไม่ทัน บอกว่าจะกลับมาวันนี้ แล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

“ตนก็ไม่รู้ว่าลูกชายทำจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากทำจริง ก็ขอให้กลับมามอบตัวโดยเร็ว” นายอำนวยกล่าว พร้อมกับให้ข้อมูลด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างลูกชายกับครอบครัวคนตายนั้น น.ส.รัฐคณิศร ถือเป็นคนมีบุญคุณช่วยเหลือลูกชาย โดยโอนเงินให้ลูกชายยืมกว่า 7 แสนบาท เพื่อให้มาตั้งตัวทำธุรกิจน้ำดื่ม แต่ปรากฏว่า ลูกชายกลับประสบปัญหาด้านการเงิน คือได้ไปตั้งวงเล่นแชร์แล้วไม่มีเงินจ่ายเขา ประกอบกับลูกชายยังเอาบ้านไปจำนองกับทางธนาคารไว้ด้วย คาดว่า น่าจะเครียดและกดดันจากปัญหาหนี้สินอย่างหนัก และที่ผ่านมาลูกชายก็ถูก น.ส.รัฐคณิศร ทวงถามถึงหนี้สินที่ยืมไปอยู่บ่อยครั้งด้วย.

สำนักข่าว : ไทยรัฐ