เหี้ยม ฆ่าเปลือย 7 ขวบ หมกห้องน้ำแฟลต เมืองหาดใหญ่ พ่อแม่เห็นศพใจสลาย

689

พบศพ ด.ช.7 ขวบ ถูกฆ่าหมกห้องน้ำ ภายในห้องเช่า แฟลตกลางเมืองหาดใหญ่ ตำรวจรวบชายต้องสงสัยได้ 1 ค้นห้องพักพบหลักฐานเชื่อมโยงเหตุ เค้นสอบยังปฏิเสธ เร่งสืบสวน-หาหลักฐานเพิ่ม มัดตัวฆาตกรโหด

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 26 พ.ย. 64 ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเหตุพบศพเด็กเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ ภายในห้องพักของแฟลตแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและฝ่ายปราบปราม เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 แพทย์ รพ.หาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ 

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น พบศพ ด.ช.อัคนัส ทองรักษ์ หรือน้องฟิสตรี อายุ 7 ปี นอนคว่ำหน้าเปลือยกายเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ ภายในห้องพักหมายเลข 37 (ซึ่งเป็นห้องว่าง) พบลำคอมีรอยช้ำ ศีรษะมีบาดแผลเหมือนถูกกระแทกอย่างแรง จากการตรวจสอบภายในห้องพบรอยเท้าผู้ใหญ่ ลักษณะเหมือนนำศพมาซ่อนไว้ ซึ่งไม่ได้ลงมือฆ่าภายในห้อง อีกทั้งห้องถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก จากการชันสูตรศพเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าเด็กถูกฆาตกรรม 

ต่อมา เมื่อพ่อและแม่เด็ก มาเห็นสภาพศพลูกชาย ต่างร่ำไห้ปานจะขาดใจแทบยืนไม่อยู่ เพราะความโศกเศร้าเสียใจและสงสารลูกชาย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจต่อผู้ยืนดูเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่จะรู้จักคุ้นเคยกัน และจะเห็นน้องฟิสตรี (ผู้ตาย) วิ่งเล่นอยู่บริเวณแฟลตทุกวัน โดยน้องฟิสตรีและพ่อแม่พักอาศัยอยู่ในแฟลตดังกล่าวด้วย

จากการสอบสวนทราบว่า น้องฟิสตรีได้หายออกจากห้องพักไปเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ญาติและเพื่อนบ้านได้โพสต์ตามหาผ่านทางเพจ “HATYAIZ” ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊กชื่อดังของเมืองหาดใหญ่ เพราะพ่อแม่เป็นห่วงมาก โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ซึ่งร้องไห้ตลอดเวลา จนกระทั่งมาพบเป็นศพเสียชีวิตดังกล่าว 

จากการสอบถาม นางอัสมัส ทองรักษ์ อายุ 34 ปี แม่น้องฟิสตรี เล่าทั้งน้ำตาว่า ลูกชายออกจากห้องไปหาเพื่อน ตอนบ่าย 2 โมง ซึ่งปกติก็จะวิ่งเล่นอยู่แถวๆ นี้ แต่จนถึง 4 โมงเย็น ก็ยังไม่กลับมา จึงเริ่มเป็นห่วงและออกตามหา ก่อนไปแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และช่วยกันตามหาบริเวณแฟลต จนมาพบนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ

ด้าน นายบุญมี โพธิรุด พ่อน้องฟิสตรี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกลับมาที่ห้อง แต่ไม่เจอลูกชายจึงถามแฟนว่าหายไปไหน แฟนบอกว่าไปห้องเพื่อน จึงไปตามหาแต่ก็ไม่พบ และกลับมาบอกแฟน ทีแรกแฟนยังคิดว่าตนพูดเล่น หลังจากนั้นจึงช่วยกันออกตามหา เพราะเริ่มเป็นห่วงลูกแต่ก็ไม่พบ ต่อมาตอน 1 ทุ่ม จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และช่วยกันออกตามหาอีกครั้งกับเพื่อนบ้านที่แฟลต กระทั่งมาพบเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำชั้น 3 ของแฟลตดังกล่าว

พ่อน้องฟิสตรี เล่าอีกว่า ปกติตนอยู่กับลูกชายตลอด เพราะว่างงานมา 1 เดือน และลูกชายมักจะตามตนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด วันนี้เป็นวันแรกที่ตนออกจากบ้านไปทำงาน พอตอนเที่ยงกลับมาบ้าน พาลูกชายออกไปกินข้าวร้านแถวๆ แฟลต จากนั้นก็ออกจากห้องไปทำงานตอนบ่าย 2 ส่วนลูกชายอยู่กับแม่เขา และตนกลับเข้าห้องมาตอนบ่าย 3 ก็ไม่เจอลูกชายแล้ว 

“ทำใจไม่ได้ที่ลูกเสียชีวิต อยากถามคนทำว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ เด็กผิดอะไรทำไม่ถึงต้องฆ่า” พ่อน้องฟิสตรี ระบุ  

ด้านเพื่อนน้องฟิสตรี เล่าว่า ช่วงบ่ายน้องฟิสตรีมาเคาะประตูเรียก 2 รอบ แต่ออกมาไม่ได้เพราะประตูล็อก หลังจากนั้นได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่ไม่ได้ยินเสียงผู้ใหญ่ และเหมือนกับถูกปิดปากไป 2 ครั้ง 

อย่างไรก็ตามในช่วงที่พบศพ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยได้ 1 คน อายุประมาณ 25 ปี ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ยืนอยู่หน้าห้องเกิดเหตุ แต่ยังนิ่งเงียบไม่ยอมให้การใดๆ ตำรวจได้คุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักหมายเลข 13 ชั้น 2 ของแฟลต 1 ก็พบคราบเลือดอยู่ตรงกลางห้อง ซึ่งมีรอยเช็ดทำความสะอาดใหม่ๆ นอกจากนี้ในห้องยังพบหลักฐานสำคัญ เป็นลูกกุญแจที่สามารถใช้ไขกับแม่กุญแจที่ล็อกห้องที่พบศพน้องฟิสตรีได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวกลับไปสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ 

ทั้งนี้จากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ และจากการประเมินเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น้องฟิสตรีน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่น และนำศพมาซ่อนไว้ในห้องน้ำ ภายในห้องดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุนานเกือบ 5 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

เบื้องต้น ตำรวจกำลังเร่งหาเสื้อผ้าของน้องฟิสตรีว่า ถูกถอดนำไปทิ้งที่ใด รวมทั้งตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ และจะส่งศพไปชันสูตรหาร่องรอยของการถูกทำร้าย และสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีร่องรอยของการถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยหรือไม่ อีกทั้งจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยรายนี้ด้วยว่า ตรงกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุและในตัวน้องฟิสตรีหรือไม่ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวคนร้าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำนักข่าว : ไทยรัฐ