ครูบาบุญชุ่ม เขียน จ.ม.จากถ้ำ เตือนสติ ให้สร้างบุญ อย่าอยู่บนความประมาท

339

“พระครูบาบุญชุ่ม” เขียนจดหมายจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ด ถึงพุทธศาสนิกชน และลูกศิษย์ หลังเข้าปิดวาจาบำเพ็ญเพียร 2 ปี 7 เดือน เพื่อให้สร้างบุญกุศล รักษาศีลธรรมให้มั่นคง พร้อมเตือนสติ อย่าตั้งอยู่บนความประมาท ไม่ให้ยึดติดกับทิฏฐิ ให้ตั้งอยู่ในบุญคุณร่มเงาพระรัตนะ 3 ประการ และพ่อแม่ครูบาอาจารย์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาทองสุข สุขธัมโม ลูกศิษย์พระครูบาบุญชุ่ม ผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้นำจดหมายของ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ที่เข้าไปปฏิบัติเจริญธรรมกรรมฐาน ปิดวาจา บำเพ็ญเพียรในถ้ำเป็นปีที่ 3 ที่ประเทศเมียนมา เขียนส่งออกจากถ้ำเป็นภาษาไทใหญ่ มาแปลเป็นภาษาไทย โดยมีใจความว่า ปีธรรม 2565 พรรษา (พ.ศ.2564) เดือนอ้าย แรม 15 ค่ำ ที่ถ้ำหลวงเมืองแก๊ด เราพระครูบาพ่อบุญชุ่ม มีความสุขกายสบายใจ ฉันได้ปกติดี ปฏิบัติธรรมภาวนาเมตตาอยู่ด้วยธาตุสภาวะ ถ้ำป่าไม้ใบเขียวอันเป็นสภาวะธรรมชาติเป็นที่ร่มรื่นใจ ปฏิบัติธรรมภาวนา ตามมหาสติปัฏฐาน 4 ปฏิบัติศาสนกิจอันใดก็มีสติธรรมอยู่ทุกขณะ เป็นอันเข้าใจธรรมธาตุสภาวะ เห็นถึงรูปนามสังขาร เกิดดับ ทั้งวันทั้งคืน สิ่งใดก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เบากายเบาใจสงัดร่มเย็นไม่มีความทุกข์เข็ญใจอะไรๆ มีใจเป็นอุเบกขาธรรม รู้จักไว้วางใจ เห็นถึงสภาวธรรม เกิดดับเป็นอนิจจัง เกิดดับเป็นทุกข์ เกิดดับเป็นอนัตตา เห็นถึงรูปนามสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์เท่านั้น ไม่เป็นเหมือนดังใจที่เราปรารถนา เป็นไปตามสภาวธรรมเท่านั้น รูปนามขันธ์ธาตุเป็นอันว่างเปล่าเกิดมาแล้วรอคอยวันตายเท่านั้น กินข้าวอยู่รอคอยวันตาย อยู่เฉยๆก็รอคอยวันตายเท่านั้น น่าธรรมสังเวชแท้ เป็นอันน่าเบื่อหน่าย สังขารทุกข์ในโลกนี้หนอ ไม่อยากเกิด ไม่อยากตายอีกแล้ว น่าเบื่อหน่าย น่าสังเวชในโลกมนุษย์ ไม่เห็นมีความสุขที่ใดๆ มีแต่ความทุกข์รอบตัวเท่านั้น

น่ากลัวภัยในความเกิด เฒ่า เจ็บ เป็นตายในโลกนี้ เป็นทุกข์เท่านั้นตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ยังจะได้เวียนว่ายตายเกิด เป็นไทย เป็นจีน เป็นพม่า น่าเบื่อหน่ายจริง เราท่านทั้งหลายพากันแสวงหาทางสงบร่มเย็นนิพพานอมตะธาตุนั้นด้วยเถิด

เราท่านทั้งหลายได้มีบุญกุศลอย่างยิ่งจึงได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรมีใจยินดีในภพชาติตนเอง ให้มีใจเคารพนับถือ บูชากราบไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนธรรมะ ให้มีความรู้ให้เกิดปัญญา ให้พากันกราบไหว้สักการะตอบแทนบุญคุณให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ด้วยเถิด อันว่าบุญคุณร่มเงาพระรัตนะ 3 ประการ และพ่อแม่ครูบาอาจารย์นี้ มีพระคุณอันยิ่งใหญ่กว่าพื้นปฐพี นภากาศ มหาสมุทร และเขาพระสุเมรุ ไม่มีอะไรจะเสมอได้

อันว่าร่มเงาของพระรัตนะ 3 ประการนี้ เป็นที่ร่มเย็น ร่มเงาพ่อแม่ทั้งสองนี้ก็เป็นที่ร่มเย็น ร่มเงาครูบาอาจารย์ก็เป็นอันร่มเย็น ร่มเงาของขุนเมืองดีก็เป็นที่ร่มเย็น บุคคลใดมีน้ำใจดีต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระรัตนตรัย มีน้ำใจดีต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์อุปัฏฐากเลี้ยงดูตอบแทนบุญคุณท่านให้เต็มเปี่ยมสมบูรณ์ กราบไหว้สักการะ มีใจเคารพนอบน้อมด้วยธรรมะ จึงจะได้เป็นที่สงบร่มเย็น เป็นมงคลดี เจริญรุ่งเรืองพ้นภัยทุกข์อันตรายทั้งหลาย เป็นที่รักของคน เทวดา สรรพสัตว์ทั้งหลาย และสมบูรณ์ในทางโลกและทางธรรม มีความสุขในโลกมนุษย์และสวรรค์ได้ถึงที่ดี พระนิพพานอันประเสริฐนั้นแล

อันว่าวันเวลามีคุณค่า ให้พากันขวนขวายสร้างบารมีบุญกุศลไว้มากๆ รักษาศีลธรรมให้มั่นคงให้พากเพียรปฏิบัติธรรมภาวนาสมถะวิปัสสนามหาสติปัฏฐาน 4 ให้เห็นถึงรูปนามสังขารเกิดดับ เห็นรูปนามขันธ์ธาตุอายตนะธาตุ ปฏิจจสมุปบาท สัจธรรม 4 พากันแสวงหาทางสงบร่มเย็นนิพพาน อสังขตธาตุ พ้นจากภัยทุกข์ในสังสารวัฏ เรื่องเกิด เฒ่า เจ็บ เป็น ตายทั้งหลายตราบถึงพระนิพพานอันสุขเกษมนั้นด้วยเทอญ

ขณะที่ พล.อ.สุทัศน์ จารุมณี ประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว (พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร) ได้กล่าวว่า ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ซึ่งศิษยานุศิษย์นิยมเรียกท่านว่า “ครูบาพ่อ” ได้อธิษฐานจิตเข้าบำเพ็ญภาวนาอยู่ในถ้ำเพียงผู้เดียว ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2562 ถึงวันนี้เป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน 6 วันแล้ว ครูบาพ่อได้เขียนจดหมายเปิดผนึก ให้ธรรมะจากถ้ำ ส่งถึงศิษยานุศิษย์ทุกคน จำนวน 21 ฉบับแล้ว ทุกฉบับเพื่ออบรมธรรมะ และเตือนสติ อย่าตั้งอยู่บนความประมาท ซึ่งเป็นข้อธรรมะซึ่งเปรียบเสมือนรอยเท้าช้าง ซึ่งเท้าของสัตว์อื่นๆ ทั้งหมด ล้วนรวมลงอยู่บนรอยนั้นได้ทั้งสิ้น โดยมีหัวข้อในหมวดธรรมสำคัญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านถ่ายทอดให้ศิษยานุศิษย์นำไปศึกษาต่อในรายละเอียดด้วยตนเองให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ที่เป็นหลักคือ โพธิปักขิยธรรม หมายถึง ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ คือ เกื้อกูลแก่การตรัสรู้ เกื้อหนุนแก่อริยมรรค มี 37 ประการคือ สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ธรรมะ เป็นสิ่งที่เราทุกคน พึงศึกษาอย่างสม่ำเสมอ ให้เข้าใจ แม้เพียงทีละเล็กน้อย ท่านสอนไม่ให้ยึดติดกับทิฏฐิ ความเห็น ความเชื่อส่วนตัว แล้วขัดแย้งกัน แต่ให้เข้าใจเอง รู้เอง ประจักษ์ความจริงเอง

สำนักข่าว : ไทยรัฐ