ยันลาออกจริง “สารวัตร” ถูกย้ายไกลบ้าน โพสต์ทิ้งทวน “คนทำงานไม่เจริญ”

1206

ผกก.ยืนยัน สารวัตรอำนวยการ สภ.กรับใหญ่ ราชบุรี ยื่นลาออกจริง หลังไม่พอใจคำสั่งโยกย้าย โพสต์ทิ้งทวน “คนทำงานไม่เจริญ คนเจริญไม่ทำงาน” ล่าสุดโพสต์อีกครั้ง “ใช้พระคุณ ดีกว่าพระเดช อยู่ให้เป็นตำนาน อย่าอยู่ให้เขาสาปแช่ง” ขณะชาวบ้านที่เคยร่วมงานด้วย บอกเสียดายคนดีๆ 

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Buri Amornpichit ซึ่งทราบต่อมาคือ พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต ตำแหน่งสารวัตรอำนวยการ สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 ว่า “สงสารคนทำงานที่ผิดหวังกับการแต่งตั้ง คนที่โดนย้ายไปไกลบ้าน มีทุกปี ไม่ว่าจะยุคไหน ทำปากดีพูดนโยบายสวยเลิศเลอ ไหนจะลูกเมีย พ่อแม่ที่แก่ชราต้องดูแลชีวิตปกติที่เปลี่ยนไป แค่ปลายปากกา กระเด็นกระดอน ทุกปีสองปี นโยบายปัจจุบันด้วย ไปไหนไม่ได้ประชุมกันทุกวัน งานนอกหน้าที่เยอะ คนออกนโยบายคนสั่งห่วย จะเอาเวลาที่ไหนกลับมาดูแลครอบครัว คนทำงานไม่เจริญ คนเจริญไม่ทำงาน นี่มันอาชีพส้นตีนอะไรครับ (ที่กล่าวมาแค่ยิบย่อย) # ลาออกสิครับรอเหี้ยอะไร # ตบะกูเริ่มแตก” หลังกองสารนิเทศ ตร.ได้เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.64

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวเข้าพบกับ พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สภ.กรับใหญ่ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต สว.อก.สภ.กรับใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.บุรี อยู่ระหว่างลาราชการ โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บุรี ได้มายื่นหนังสือขอลาออกจากราชการจริง กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและรออนุมัติหนังสือลาออก ในส่วนสาเหตุที่ขอลาออก จากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.บุรี ได้ให้เหตุผลว่า คุณแม่ซึ่งมีอายุ 81 ปี ได้ล้มป่วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ประกอบกับต้องการไปช่วยทำธุรกิจของครอบครัว เนื่องจากตนเพิ่งย้ายเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีโอกาสใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.บุรี มากนัก แต่จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ทราบว่า พ.ต.ท.บุรี เป็นที่รักของเพื่อนตำรวจและชาวบ้าน ด้วยเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง และจริงจังในการทำงาน อีกทั้งยังสนใจในเรื่องของธรรมะ นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสารวัตรฝ่ายอำนวยการแล้ว ยังลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมสร้างมวลชนสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวบ้านอีกด้วย

ด้าน นายวิโรจน์ ถาวรกีรติ ชาวบ้าน สมาชิกกลุ่มชมรมจีนแคะห้วยกระบอก เปิดเผยว่า มีโอกาสได้รู้จัก และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับ พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตหน้ากากป้องกันการติดเชื้อ (Face Shield) เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ รวมไปถึงงานกิจกรรมอื่นๆ ของชมรม เท่าที่ได้สัมผัส พ.ต.ท.บุรี เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่ถือตัว หลังจากทราบข่าวว่าท่านลาออก ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ และเสียดายตำรวจดีๆ

ทั้งนี้ หลังจากที่ พ.ต.ท.บุรี ได้โพสต์ระบายความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กไป ทำให้เกิดความคิดเห็นต่างๆ ถึงระบบการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยล่าสุด พ.ต.ท.บุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้งว่า “ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ มีบางท่านไม่รู้จักกันก็ยังโทร.มาให้กำลังใจ ฝากเพื่อนพี่น้อง ที่อยู่ในอาชีพตำรวจต่อไป ขอให้อยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ รักลูกน้องเสมือนเขาเป็นพี่เป็นน้องเป็นญาติเรา ให้ความเป็นธรรมกับเขา ใช้พระคุณ ดีกว่าพระเดช ชาวบ้านเขาไม่ต้องการอะไรจากตำรวจ แค่เกิดเหตุตามจับคนร้ายให้เขาได้ มีเหตุไประงับให้เขาโดยไว ให้ความเป็นธรรม เป็นมิตร ไม่รังแก ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากเขา เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว นายที่ดีไม่สร้างงานให้ลูกน้องโดยไม่จำเป็น ถามให้เยอะๆ นโยบายที่ออกมาตำรวจเราได้อะไร ประชาชนได้อะไร ได้จริงไหมหรือแค่วาดฝัน หรือมีผลงานไว้แค่โชว์สื่อหรือต่อรองเก้าอี้เท่านั้น หาประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมไม่ได้ อยู่ให้เป็นตำนาน อย่าอยู่ให้เขาสาปแช่งไปวันๆ ครับ”

สำหรับ พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต เริ่มรับราชการตำรวจในระดับชั้นประทวน เมื่อปี พ.ศ. 2541 ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้สอบเลื่อนยศเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ปฏิบัติหน้าที่สายงานด้านปราบปรามและสืบสวนในพื้นที่ภาค 7 ก่อนย้ายมาดำรงตำแหน่ง สารวัตรอำนวยการ ที่ สภ.กรับใหญ่ เมื่อปี 2562 แต่สุดท้ายตัดสินใจโพสต์ระบายความในใจถึงผลโยกย้าย และยื่นใบลาออกดังกล่าว โดยยังคงเหลืออายุราชการอีกกว่า 10 ปี.

สำนักข่าว : ไทยรัฐ